พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญวิธีทรมานร่างกายตนอย่างไร

            พระองค์ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา คือการทรมานตน ในสมัยนั้นคนอินเดียที่เป็นนักบวชจะต้องทรมานตนว่าเป็นสิ่งที่ยอดยิ่ง เพราะเป็นสิ่งที่คนยกย่องนับถือ     

            องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงหันมาทรมานร่างกายตนเองต่างๆมากมายหลายวิธี เช่น การเอาหนามทิ่มแทงตามตัว การนอนเกลือกกลิ้งดินทรายร้อนๆ การรับเสวยขี้วัว การนอนบนต้นไม้ การนอนบนหนามแหลมคมให้ทิ่มแทง น และ การทรมานต่างๆนานาที่นักบวชลัทธิต่างๆนิยมยกย่องว่าดี ถูกต้อง แต่ก็ไม่เป็นหนทางหมดความทุกข์ เช่น การบำเพ็ญทุกรกิริยาอีกอย่างหนึ่ง เมื่อพระองค์ได้ตัดสินใจออกจากลัทธิต่างๆมาแล้ว พระองค์ก็ได้มาพักอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันกับนักบวชปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 จากนั้นก็ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาก็ส่งไม่พบทางแห่งสัจธรรม จึงทรงเลิกการทรมานตนจึงทรงมุ่งหน้าไปสู่แม่น้ำเนรัญชราใกล้ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ได้รับข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดาอธิษฐานจิต ลอยถาดและทรงบำเพ็ญเพียรทางสายกลาง พิจารณาทำให้ได้ตรัสรู้ ในวันพระจันทร์เต็มดวงขึ้น 15 ค่ำเดือน๖ สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสัมมาสัมโพธิญาณ

 

พระองค์ทรงบำเพ็ญเพียรจนร่างกายซูบผอม

ทรงได้รับข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา

พระองค์ทรงตรัสรู้ ในวันพระจันทร์เต็มดวง สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าคือใคร

วันนี้ก่อนที่จะไปศึกษาหาความรู้ถึงแนวทางในการปฏิบัติเราจะมาทำความรู้จักกับพระพุทธเจ้าผู้ซึ่งเป็นศาสดาของศาสนาพุทธก่อนนะคะ

        พระพุทธเจ้าคือผู้ที่สั่งสอน ให้ประพฤติความดีงามให้ตั้งอยู่ในหลักศีลธรรมไม่ให้เบียดเบียนซึ่งกันและกันด้วยกายวาจาใจ

             องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมหาอํานาจอันยิ่งใหญ่ อันเกรียงไกร ทรงเสียสละอุทิศตนเพื่อค้นหาโมกขธรรม ทรงสละราชสมบัติออกผนวช ทรงไม่ยินดีในสมบัติ มหาจักรพรรดิ์ ไม่ยินดียิ่งใหญ่ในการเป็นจอมจักรพรรดิ เพราะไม่มีประโยชน์อันใดเท่าสิ่งที่มีค่ายิ่งคือการเป็นนักปราชญ์ การเป็นนักบำเพ็ญพรต

 

              แต่ทรงมองเห็นสัจธรรมแห่งความจริง เพราะเห็นภัยในชีวิตเห็นความทุกข์ของผู้คนมากมาย พระองค์ทรงเป็นสัพพัญญู  ผู้มีพระปัญญาอันเฉียบแหลมอันวิเศษ พระองค์ทรงสร้างบารมีมาทุกภพทุกชาติ จนชาติสุดท้ายทรงได้เป็นพระพุทธเจ้า ผู้เป็นมหาอันยิ่งใหญ่ ทรงชำแรกกิเลส     ผู้พ้นจากอวิชชาก่อนใคร ทรงตัดทำลายประหารกิเลสจนสิ้นซากไม่มีเยื่อใย ทรงมีคำสอนมากมายเป็นมหัศจรรย์ ทรงมีพระสาวกหลายหมื่นแสน ผู้ซึ่งช่วยเผยแพร่พระพุทธศาสนา เพื่อสันติสุขของหมู่มวลมนุษย์จนบัดนี้ยังให้เราได้นำมาศึกษาและปฏิบัติตาม

 

              พระพุทธเจ้าเสด็จออกบรรพชาเมื่ออายุได้ 29 ปี ก่อนที่จะเสด็จออกผนวชได้เสด็จประพาสอุทยานใกล้พระนคร ได้ทอดพระเนตรเห็น คนแก่ คนเจ็บ คนตาย นักบวช พระองค์เกิดความเบื่อหน่ายและสังเวชสลดใจในสังขารร่างกาย จึงสละราชสมบัติเสด็จออกผนวชและเสด็จไปในชนบทถึงสำนักอาฬารดาบส กาลามโคตร และอุทกดาบส ได้ศึกษาวิชาการบำเพ็ญฌานสมาบัติโดยเพ่งไฟจนได้บรรลุสมาบัติ 8 อันมีรูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 เป็นความรู้สูงสุดของดาบสทั้งสองแต่ทรงเห็นและพิจารณาว่ามิใช่หนทางตรัสรู้ไม่ใช่ทางหลุดพ้นพระองค์จึงได้อำลาอาจารย์ทั้งสองเพื่อแสวงหาธรรมที่หลุดพ้นต่อไป

 

ในครั้งหน้าเราจะมาหาคำตอบกันว่าพระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญวิธีทรมานร่างกายตนอย่างไรเพื่อให้ไปสู่การตรัสรู้นะคะ