เมตตา และกรุณา

เมตตา หมายถึง การมีจิตแห่งความรักใคร่ ความห่วงใย ความสงสาร ความปรารถนาดี ความเป็นมิตร ความอนุเคราะห์โดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อให้ผู้อื่นมีความสุขหรือให้พ้นจากทุกข์โดยไม่คาดหวังว่าจะได้อะไรตอบแทน

กรุณา หมายถึง การกระทำหรือปฏิบัติภายใต้จิตที่เกิดจากความรัก ความสงสารเพื่อให้ผู้อื่นมีความสุขหรือพ้นจากทุกข์ เช่น การให้ทานแก่ผู้ยากไร้ การช่วยเหลือค่าเล่าเรียน การให้ความรู้แก่ผู้อื่นในการประกอบอาชีพ เป็นต้น

เมตตากรุณา หมายถึง การปฏิบัติเพื่อต้องการช่วยให้ผู้อื่นมีความสุข ให้พ้นจากทุกข์ มีความสุขความเจริญ ด้วยการแสดงความมีน้ำใจเอื้ออาทรต่อผู้อื่นด้วยความเต็มใจ แสดงอาการทางวาจาต่อผู้อื่นอย่างนุ่มนวล การไม่เอาเปรียบไม่เบียดเบียนผู้อื่น การรู้จักให้อภัยร่วมบริจาคทรัพย์สินเพื่อส่วนรวม และเสียสละเวลาปฏิบัติกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมตามสมควรตามสถานการณ์ และตามความสามารถของตน โดยไม่หวังผลตอบแทน

พฤติกรรมที่แสดงถึงความเมตตากรุณา
– ไม่ฆ่า ทุบตี ทำร้าย หรือ ทำให้เกิดความเจ็บปวดด้วยลักษณะใดๆ
– ไม่พูดข่มขู่ ไม่พูดดูหมิ่น หรือพูดเสียดสีผู้อื่นจนทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกเสียใจ หรือ โกรธแค้น
– ไม่เบียดเบียนทั้งทางกายหรือทรัพย์สินจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
– ไม่ยอมรับส่วนแบ่งในสิ่งที่ตนมีอยู่แล้ว และไม่จำเป็น
– เสียสละในส่วนแบ่งของตนให้กับผู้ที่ขาดแคลน และมีความจำเป็นกว่า
– เลือกรับฟังในคำพูดที่ก่อให้เกิดไมตรี
– เสนอตัวช่วยเหลือแนะนำทบทวนให้แก่ผู้ที่ยังไม่เข้าใจ
– แสดงความยินดีในความสุข ความสำเร็จของผู้อื่น
– ให้ผู้อื่นยืมอุปกรณ์สิ่งของ เมื่อตนไม่จำเป็นต้องใช้
– ไม่รังแกสัตว์
– พูดสุภาพอ่อนโยนต่อบุคคลทั่วไป
– แสดงความเคารพนบน้อมต่อผู้ใหญ่
– แบ่งปันสิ่งของเครื่องใช้ และช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นตามกำลังของตน
– พูดปลอบโยน และให้กำลังใจเมื่อผู้อื่นมีทุกข์
– ไกล่เกลี่ยความแตกแยกในหมู่คณะ
– ไม่เอาคำพูดที่ไม่ดีจากคนอื่นมาเล่าให้เพื่อนฟัง
– แสดงความเป็นเพื่อนต่อผู้อื่นที่เพิ่มรู้จัก
– แนะนำอธิบายคนอื่น ๆ ในการเรียน และการปฏิบัติตน
– ลงมือช่วยเพื่อนเมื่อได้รับการขอร้อง
– เมื่อทำงานร่วมกันก็รับผิดและช่วยกันแก้ไขร่วมกัน
– ไม่นำเอาผลงานของผู้อื่น มาเป็นผลงานของตนเอง
– บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม และชักชวนผู้อื่นให้ปฏิบัติเพื่อส่วนรวม
– พูดมีเหตุผล
– ไม่นำเอาของส่วนรวมมาใช้ประโยชน์ส่วนตัว