โสรัจจะ แตกต่างกับขันติ อย่างไร

โสรัจจะ หมายถึง ความสงบเสงี่ยมหรือความเรียบร้อยของร่างกาย ที่เป็นกระบวนการต่อมาหลังจากเกิดขันติ (ความอดทน) ด้วยการควบคุมกิริยาอาการ ทั้งทางร่างกาย และวาจา ไม่ให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าจากภายใน และภายนอกที่เข้ามากระทบกระทั่ง

โสรัจจะ เป็นธรรมะที่คู่กับ ขันติ คือ โสรัจจะ เป็นความสงบเสงี่ยม เมื่อมีขันติก็สามารถที่จะอดทนต่อเหตุการณ์หรือสิ่งที่มายั่วยุไม่ให้โต้ตอบต่อสิ่งนั้น พร้อมกับระงับอารมณ์โกรธ และความไม่พอใจได้ เราก็จะต้องสามารถจัดการกับกิริยาอาการ คำพูด และสีหน้าของเราให้สงบเสงี่ยมยิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น การกระทำตนเช่นนี้ เรียกว่า มีโสรัจจะ

ขันติ หมายถึง ความอดทน คือ เป็นธรรมสำหรับข่มอารมณ์หรือจิตใจที่จะทนได้ต่อความยากลำบาก ความเจ็บปวด ความโมโหโทโส ความเครียดแค้น ด้วยการมีจิตใจเข้มแข็ง หนักแน่นในสิ่งที่เข้ามากระทบกระทั่งทั้งทางกาย วาจา และใจ อันเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา

ส่วน โสรัจจะ เป็นตัวข่มพฤติกรรมที่กระตุ้นมาจากจิตใจให้สงบ ทำให้ดูเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เช่น เมื่อถูกผู้อื่นด่าทอ ผู้นั้นสามารถทนได้ และไม่แสดงกิริยาหรือกล่าวคำตอบโต้ โดยการข่มความโกรธไว้ แต่ขณะเดียวกันภายในจิตใจก็ยังขุ่นเคืองอยู่ จนแสดงออกด้วยไม้มือสั่น เดินกระวัดกระเวี่ยง อย่างนี้เรียกว่า มีขันติ แต่ยังขาดโสรัจจะ แต่หากผู้นั้นข่มใจให้เย็น ไม่แสดงออกด้วยไม้มือสั่น แสดงว่าผู้นั้น มีทั้งขันติ และโสรัจจะ

ดังนั้น ข้อแตกต่างของขันติ และโสรัจจะ คือ
1. ขันติ คือ ความอดทน ที่เป็นนามธรรมที่เกิดขึ้นในจิต คือ สภาวะที่จิตเกิดกระบวนการคิดไตร่ตรองหรือการหักห้ามจิต ไม่ให้คิดต่อเพื่อทำให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งเร้า
2. โสรัจจะ คือ ขั้นต่อมาหลังจากที่เกิดความอดทนได้ ด้วยการความคุมอารมณ์ไม่ให้ร่างกายแสดงออกตอบโต้ต่อสิ่งเร้าภายนอก และภายในที่มากระทบทั้งจิตใจ และร่างกาย
– สิ่งเร้าภายนอก เช่น คำด่าทอ (ไม่ด่าตอบ) มือถือรุ่นใหม่ (ไม่ซื้อ)
– สิ่งเร้าภายใน เช่น การเจ็บป่วยของร่างกาย (ไม่ร้องโอดครวญ)