ความอดทน (ขันติ) แบ่งได้ 4 ลักษณะ คื


1. อดทนต่อความลำบากในการดำเนินชีวิต
ความอดทนต่อความลำบากในการดำเนินชีวิต เป็นความอดทนที่มีต่อสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เป็นปัจจัยภายนอก และภายใน ได้แก่
– อดทนต่อความหนาว เมื่อออกไปทำงานในฤดูหนาว
– อดทนต่อความร้อน เมื่อต้องออกทำงานในที่โล่ง และมีแสงแดดจ้า
– อดทนต่อความหนัก เมื่อต้องยกของหนัก
– อดทนต่อความหิว เมื่อรับประทานอาหารไม่เพียงพอ และไม่มีอาหารให้รับประทานอีก
– อดทนต่อความเหนื่อย เมื่อทำงานมาทั้งวัน
– ฯลฯ

2. ความอดทนต่อทุกขเวทนาทางกาย
ความอดทนต่อทุกขเวทนาทางกาย เป็นความอดทนที่เกิดจากภาวะร่างกายไดรับบาดเจ็บหรือเป็นโรคภัย ได้แก่
– อดทนต่อความเจ็บบดแผล เมื่อประสบอุบัติเหตุ
– อดทนต่ออาการเจ็บท้อง เมื่อเป็นโรคกระเพาะอาหาร
– อดทนต่อความปวดของข้อ เมื่อเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
– ฯลฯ

3. ความอดทนต่อสภาพจิตใจ
ความอดทนต่อสภาพจิตใจ เป็นความอดทนที่มาจากปัจจัยภายนอกที่มากระทบกระทั่ง ซึ่งอาจทำให้จิตใจ และอารมณ์เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้แก่
– อดทนต่อความเจ็บใจ เมื่อมีผู้อื่นมากล่าวเหยียดหยาม
– อดทนต่อความเจ็บใจ เมื่อมีคนอื่นมาแกล้ง
– อดทนต่อความโกรธแค้น เมื่อผู้อื่นมาทำลายข้าวของ
– อดทนต่อความทุกขเวทนา เมื่อเห็นผู้อื่นเสียชีวิตต่อหน้า
– ฯลฯ

4. ความอดทนต่อกิเลส
ความอดทนต่อกิเลส เป็นความอดทนที่ต่อสิ่งเร้าทางอารมณ์ในความอยากได้ ความโกรธโมโห และความหลงในสิ่งนั้น อันจะนำมาสู่ผลเสียที่มีต่อจนเอง และผู้อื่น ได้แก่
– อดทนต่อความอยากได้ในทรัพย์สิน เงินทอง หรือ เรียกว่า ความโลภ แต่หากอดทนไม่อาจนำไปสู่มิจฉาอาชีวะเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้น เช่น การลักขโมยเงินจากตู้บริจาคในวัด เป็นต้น
– อดทนต่อความโกรธ ความโมโหร้าย ที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่มากระทบ เช่น ถูกผู้อื่นมาดุด่า ถูกผู้อื่นมาเอารัดเอาเปรียบ เป็นต้น
– อดทนต่อความหลงในชื่อเสียง ฐานะ และอำนาจ จนนำมาใช้ในทางที่ผิด เช่น เมื่อตนได้รับรางวัลการแข่งกีฬาจึงหลงในความสามารถของตนจนนำมาพูดโอ้อวดให้ผู้อื่นรับรู้ ตำรวจเป็นผู้ค้ายาเองด้วยความหลงฝนอำนาจหน้าที่ที่ตนมีอยู่ เป็นต้น