ปฐมเทศนา

               เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ทรงประทับเสวยวิมุตติสุขเป็นเวลา 7 สัปดาห์ทรงพิจารณาความลุ่มลึกของธรรมที่ทรงได้ตรัสรู้ว่า มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้งยิ่งนัก ยากที่ปัญญาของสัตว์โลกทั้งหลายจะหยั่งรู้ได้ ทำให้ทรงท้อพระทัยที่จะสั่งสอน ต่อเมื่อพิจารณาว่าบรรดาสัตว์โลกทั้งหลายนั้นย่อมมีปัญญาแตกฉานแตกต่างกัน บ้างมีปัญญามาก บ้างมีปัญญาปานกลาง บ้างมีปัญญาน้อย เปรียบได้กับบุคคล 4 ประเภทหรือดอกบัว 4 เหล่าดังต่อไปนี้

1 ผู้ที่มีปัญญาและอุปนิสัยที่สามารถเรียนรู้และเข้าใจพระธรรมคำสั่งสอนได้เฉียบพลัน เพียงแต่ยกหัวข้อธรรมขึ้นแสดงเท่านั้น ก็สามารถเข้าใจพระธรรมคำสอนได้ทันที เปรียบได้กับดอกบัวที่ผุดขึ้นพ้นผิวน้ำแล้วคอยสัมผัสรัศมีพระอาทิตย์เท่านั้นก็จะบานในวันนี้

2 คือผู้รู้ต่อเมื่อท่านขยายความอธิบายพิสดารออกไป จึงรู้และเข้าใจได้เปรียบได้กับดอกบัวทิพย์อิ่มเสมอน้ำจากบานในวันต่อไป

3 ผู้ที่พอจะแนะนำได้ชี้แจงได้ให้เข้าใจได้ด้วยวิธีการฝึกฝนอบรมต่อไป เปรียบได้กับดอกบัวที่อยู่ในสระน้ำสามารถที่จะผุดขึ้นพ้นน้ำและบานในวันต่อไป

4 ผู้อับปัญญาสอนให้รู้ได้แต่เพียงตัวบทคือพยัญชนะหรือถ้อยคำ ไม่อาจเข้าใจอัดหรือความหมาย เปรียบได้กับดอกบัวที่ติดอยู่ใต้โคลนตม รังแต่จะเป็นอาหารของปลาและเต่าไม่อาจผุดขึ้นพ้นน้ำและบานได้

                เมื่อพระองค์ได้ทรงพิจารณาแล้ว เห็นความแตกต่างของบุคคล 4 ประเภท ทรงตัดสินพระทัยที่จะสั่งสอนธรรมะแก่เหล่าเวไนยสัตว์ ทรงระลึกถึงดาบสทั้งสองเป็นอันดับแรกแต่ทรงทราบด้วยทิพยจักษุว่าดาบสทั้ง 2 ได้ถึงแก่กรรมแล้ว จึงทรงนึกถึงปัญจวัคคีย์เป็นอันดับต่อมา พระองค์จึงเสด็จไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวันและแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ว่าด้วยทางสุดโต่ง 2 สายที่บรรพชิตไม่ควรส่องเสพ เพราะไม่นำไปสู่ความหลุดพ้น คือการหมกมุ่นมัวเมาด้วยกามสุข และการประคองความเพียรด้วยการทรมานร่างกายตัวเอง ทางทั้งสองทางดังกล่าวนี้พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าเป็นทางอันเป็นส่วนสุดโต่งข้างหนึ่งไม่อาจนำบุคคลเข้าถึงความหลุดพ้นได้ แล้วทรงแสดงทางที่จะนำไปสู่ความหลุดพ้นได้ เรียกว่าทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา เพราะเป็นทางที่จะหลีกเลี่ยงทางอันสุดโต่งทั้งสองนั้นเสีย ซึ่งประกอบด้วยอริยมรรคมีองค์ 8 จากนั้นทรงแสดงอริยสัจ 4 เริ่มจากทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ตามลำดับ เป็นการแสดงธรรมเทศนาครั้งแรกเรียกว่าปฐมเทศนา

เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาจบลงโกทันยะพราหมณ์ได้มีดวงตาเห็นธรรม ได้บรรลุโสดาปัตติผลเป็นบุคคลแรก ลำดับนั้นพระพุทธองค์ทรงทราบด้วยอาการนั้น ทรงเปล่งพระอุทานว่า ท่านผู้เจริญโกณฑัณญะได้รู้แล้วหนอ ท่านผู้เจริญโกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ คณะปัญจวัคคีย์ได้ขอบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาโดยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือการบวชที่พระพุทธเจ้าทรงเปล่งพระวาจาว่าท่านจงเป็นภิกษุเข้ามาเถิดธรรมอันเรากล่าวดีแล้วท่านจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อกระทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิดด้วย พระวาจานี้คณะปัญจวัคคีย์ก็เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาและในวันต่อๆมา ทรงแสดงธรรมเทศนาชื่ออนัตตลักขณสูตรเป็นเหตุให้ภิกษุทั้ง 5 รูปได้บรรลุอรหันต์ผลเป็นพระอรหันต์ตามลำดับ